พิมพ์เขียว (blueprint) คืออะไร? พร้อมเทคนิคเลือกเครื่องพิมพ์แบบสำหรับสถาปนิก
รู้จักกับ Blueprint (พิมพ์เขียว) คืออะไร? ประวัติ ขนาดมาตรฐาน และวิธีกาเลือกเครื่องพิมพ์แบบแปลนยุคดิจิทัล
อัปเดตล่าสุด: | เรียบเรียงโดย ทีมงาน U Printer Shop
พิมพ์เขียว (Blueprint) คืออะไร? พิมพ์เขียว คือแบบแปลนทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรม หรือแบบก่อสร้างที่ใช้อธิบายรายละเอียดโครงสร้าง งานระบบ และมิติการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนอย่างแม่นยำ แม้ในอดีตจะมีเอกลักษณ์เป็นกระดาษสีน้ำเงินเส้นขาว แต่ปัจจุบันนิยมพิมพ์บนกระดาษขาวธรรมดาด้วยเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ (Technical Plotter) ดิจิทัลเพื่อความชัดเจนและความสะดวกในการใช้งาน
1. ประวัติความเป็นมาของพิมพ์เขียว (ทำไมต้องเรียกว่า "สีเขียว" ทั้งที่เป็นสีน้ำเงิน?)
จุดเริ่มต้นของพิมพ์เขียวเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1842 โดย Sir John Herschel ได้คิดค้นกระบวนการคัดลอกเอกสารทางเคมีที่เรียกว่า Cyanotype กระบวนการนี้ใช้สารเคมีไวแสงเคลือบลงบนกระดาษ เมื่อนำแบบวาดทับลงไปแล้วฉายแสงแดด ส่วนที่ไม่โดนบังแสงจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม (Prussian Blue) ส่วนที่เป็นเส้นวาดจะถูกล้างออกกลายเป็นเส้นสีขาว
สำหรับในประเทศไทย คำว่า "พิมพ์เขียว" เป็นคำแปลแบบทับศัพท์ของภาษาอังกฤษ (Blue = เขียว/น้ำเงิน ในภาษาโบราณ) แม้ว่าสีจริงจะเป็นสีน้ำเงินเข้มก็ตาม จึงกลายเป็นคำติดปากที่คนในวงการก่อสร้างใช้เรียกแบบแปลนสถาปัตยกรรมมาจนถึงปัจจุบัน
2. ตารางเปรียบเทียบ: พิมพ์เขียวดั้งเดิม vs พิมพ์เขียวยุคดิจิทัล
เทคโนโลยีการพิมพ์แบบแปลนได้พัฒนาไปไกลจากอดีตอย่างมาก นี่คือข้อแตกต่างที่ชัดเจน:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | พิมพ์เขียวดั้งเดิม (Cyanotype) | พิมพ์เขียวยุคดิจิทัล (Plotter Inkjet) |
|---|---|---|
| ลักษณะกระดาษ | พื้นหลังสีน้ำเงิน เส้นลายเส้นสีขาว | พื้นหลังกระดาษปอนด์ขาว พิมพ์สี/ขาวดำ |
| ความละเอียดและสี | พิมพ์ได้เฉพาะขาว-น้ำเงิน ไม่แยกสีงานระบบ | พิมพ์ได้หลายสี แยกสีงานโครงสร้าง/งานระบบ (MEP) ชัดเจน |
| ความเร็วในการผลิต | ใช้เวลาล้างเคมีและตากแห้งนาน | สั่งพิมพ์จากไฟล์ CAD/PDF ได้ทันที (พิมพ์ A1 ได้ในไม่กี่วินาที) |
| ความทนทานหน้างาน | ซีดจางง่ายเมื่อโดนแสงแดดนานๆ | ใช้หมึก Pigment กันน้ำ ทนแดด ทนฝุ่น เหมาะกับหน้างานก่อสร้าง |
3. ขนาดมาตรฐานของแบบแปลนพิมพ์เขียวที่นิยมใช้
การพิมพ์แบบแปลนก่อสร้างจำเป็นต้องเลือกขนาดกระดาษให้เหมาะสมกับสเกล (Scale) งาน โดยขนาดมาตรฐานมีดังนี้:
ขนาด A1 (594 x 841 mm)
ขนาดนิยมอันดับ 1: เหมาะสำหรับแบบยื่นขออนุญาตก่อสร้าง และแบบแปลนหลักที่ใช้หน้างานจริง สะดวกต่อการกางดูและพกพา
ขนาด A0 (841 x 1189 mm)
สำหรับโครงการขนาดใหญ่: นิยมใช้ทำผังบริเวณ (Master Plan) แบบแปลนโรงงาน หรือโครงการที่ต้องการรายละเอียดซับซ้อนสูง
ขนาด A2 (420 x 594 mm)
เหมาะกับแบบขยายเฉพาะจุด (Detail Drawings) งานตกแต่งภายใน หรือแบบตรวจทานย่อย
ขนาด A3 (297 x 420 mm)
นิยมใช้ทำแบบแปลนเล่มย่อ (Draft / Pocket Book) สำหรับให้ผู้บริหารหรือสถาปนิกใช้ตรวจงานนอกสถานที่
4. วิธีเลือกเครื่องพิมพ์แบบแปลน (Technical Plotter) ให้คุ้มค่าที่สุด
สำหรับสำนักงานสถาปนิก ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือร้านรับพิมพ์แบบ การเลือกเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้องจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพงานได้อย่างมาก:
- หมึกพิมพ์ต้องกันน้ำ (Pigment Ink): แบบแปลนต้องนำไปใช้งานกลางแจ้งหรือหน้างานก่อสร้าง หมึกกันน้ำจะช่วยป้องกันเอกสารเลอะเสียหายเมื่อโดนความชื้นหรือละอองน้ำ
- ความคมชัดของเส้นสาย (Line Accuracy): เครื่องพิมพ์ต้องมีความละเอียดสูง ลากเส้นบาง (Fine Lines) ได้อย่างแม่นยำ ตัวอักษรและสัญลักษณ์สถาปัตยกรรมไม่พร่ามัว
- ความเร็วในการพิมพ์: ช่วยให้ส่งมอบงานได้รวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนก่อนเสนอราคาหรือยื่นขออนุญาต
- ฟังก์ชันมัลติฟังก์ชัน (MFP): หากต้องมีการแก้ไขแบบหน้างานด้วยมือ การมีเครื่องที่สามารถ Scan / Copy หน้ากว้าง (A1/A0) ได้ในตัว จะช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาล
แนะนำ: เครื่องพิมพ์ Epson SureColor T-Series สำหรับงานพิมพ์แปลน
เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์หน้ากว้าง Epson SureColor T-Series (เช่น รุ่น Epson SC-T3100, SC-T5430M) ออกแบบมาเพื่องานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ ใช้หมึก UltraChrome XD2 กันน้ำทุกสี พิมพ์เร็ว คมชัด และต้นทุนต่อแผ่นต่ำที่สุดในตลาด
ดูรุ่นเครื่องพิมพ์ Epson แปลนพิมพ์เขียวทั้งหมด →5. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพิมพ์เขียว (FAQ)
Q1: ทำไมแบบแปลนก่อสร้างยังนิยมเรียกว่า "พิมพ์เขียว" (Blueprint)? ▼
เดิมทีในกระบวนการคัดลอกแบบยุคแรกจะใช้สารเคมี Cyanotype ทำให้กระดาษออกมาเป็นสีน้ำเงินและเส้นแบบเป็นสีขาว แม้ปัจจุบันจะเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลและพิมพ์ลงกระดาษขาวธรรมดาแล้ว แต่คนในวงการสถาปัตยกรรมและก่อสร้างยังนิยมเรียกว่า "พิมพ์เขียว" จนติดปาก
Q2: ปัจจุบันพิมพ์เขียวจำเป็นต้องเป็นสีน้ำเงินอย่างเดียวหรือไม่? ▼
ไม่จำเป็นครับ ในปัจจุบันงานพิมพ์เขียวหรือแบบแปลนก่อสร้างนิยมพิมพ์บน กระดาษปอนด์ขาวธรรมดา (80-100 gsm) ด้วยอิงค์เจ็ทพล็อตเตอร์ความเร็วสูง ซึ่งให้เส้นสายที่คมชัด มีสีสันหลากหลาย ช่วยให้อ่านรายละเอียดงานระบบ (MEP) ได้ง่ายกว่าแบบสีน้ำเงินโบราณ
Q3: พิมพ์เขียวขนาดมาตรฐานที่ใช้ในงานก่อสร้างมีขนาดใดบ้าง? ▼
ขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้ในประเทศไทย ได้แก่ A1 (594 x 841 มม.) ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานยอดนิยมสำหรับพิมพ์แบบขออนุญาตและแบบหน้างาน, A0 (841 x 1189 มม.) สำหรับผังบริเวณ Master Plan และขนาด A2/A3 สำหรับพิมพ์แบบเล่มสแกนเพื่อพกพา
Q4: เครื่องพิมพ์แบบไหนเหมาะสำหรับการพิมพ์แบบแปลน พิมพ์เขียว มากที่สุด? ▼
ควรใช้ Technical Plotter/Printer (เช่น Epson SureColor T-Series) ที่รองรับหมึกกันน้ำ (Pigment Ink) เพื่อป้องกันแบบเลอะเมื่อเจอหยดน้ำหน้างาน มีความละเอียดสูงในการพิมพ์เส้นบาง (Fine Lines) และสามารถพิมพ์งานขนาดใหญ่ (A2–A0) ได้ด้วยความเร็วสูง
Q5: จะเลือกซื้อเครื่องพิมพ์แปลนพิมพ์เขียว ควรพิจารณาปัจจัยอะไรบ้าง? ▼
ควรพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก: 1. ความเร็วในการพิมพ์แผ่นแรก 2. คุณสมบัติหมึกพิมพ์กันน้ำ 3. ฟังก์ชันที่ต้องการ (พิมพ์อย่างเดียว หรือต้องการสแกน/ถ่ายสำเนาแบบในตัว Multifunction) และ 4. ต้นทุนค่าหมึกและค่าบำรุงรักษาระยะยาว